ประวัติความเป็นมาของโต๊ะปรับระดับ

โต๊ะปรับระดับ(Height adjustable desk) คือ โต๊ะที่สามารถปรับความสูงได้ เพื่อให้เหมาะกับความสูงของผู้ใช้ หากปรับใช้ให้ถูกตามหลักการยศาสตร์(Ergonomic) มีส่วนช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกสบายขึ้นทั้งในการนั่งทำงานและยืนทำงาน

ประวัติความเป็นมาของโต๊ะปรับระดับ

ความเป็นมาของโต๊ะปรับระดับมีมานานมากจนไม่สามารถทราบเวลาที่แน่ชัด ว่าโต๊ะปรับระดับตัวแรกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จากช่วงเวลาที่เก่าที่สุดเท่าที่สืบย้อนไปได้

ภาพจาก https://www.mos.org/leonardo/index.html

ประวัติช่วงศตวรรษที่ 15

พบการใช้โต๊ะยืน โดยศิลปินชื่อดัง Leonardo Da Vinci เลโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งมีความชื่นชอบในการยืนทำงาน เขาได้ใช้โต๊ะยืนในการร่างไอเดียต่างๆ รวมถึงใช้งานในขณะสร้างผลงานชื่อดังที่สุดบางชิ้น

ประวัติช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19

โต๊ะปรับระดับเริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มผู้มีฐานะในอังกฤษ โดยมีโต๊ะปรับระดับในบ้านและที่ทำงานของพวกเขา ซึ่งมีการศึกษาว่า การใช้เวลานั่งมีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ในปี คศ. 1797 จ็อบ ออร์ตัน Job Orton(Link:https://en.wikipedia.org/wiki/Job_Orton) รัฐมนตรีเพรสไบที แนะนำว่า

”A sedentary life may be injurious. It must therefore be your resolute care to keep your body as upright as possible when you read and write; never stoop your head nor bend your breast. To prevent this, you should get a standing desk.” หรือ

“วิถีชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ เป็นประจำอาจเป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะรักษาร่างกายของคุณให้ตรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อคุณอ่านและเขียน อย่าก้มศีรษะหรืองอหน้าอก เพื่อป้องกันสิ่งนี้ คุณควรมีโต๊ะปรับระดับ”

ในปี ค.ศ.1899 ดร. ลุดวิก วิลเฮล์ม โยฮันเนส โคเทลมันน์ ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ School Hygiene เนื้อหาเกี่ยวกับโต๊ะเรียนตามหลักสรีระศาสตร์ โดยมีรายละเอียดปัจจัยต่างๆ เช่น ความสูงของโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเก้าอี้และโต๊ะ และยังกล่าวถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของการทำงานตัวตรง รวมถึงการออกแบบโต๊ะที่ปรับความสูงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ก่อนช่วงโควิดระบาด ลักษณะการทำงานของพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ มักมีระยะเวลาในการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน และจากการนั่งที่ผิดวิธีหรือโต๊ะที่ไม่เหมาะกับสรีระของผู้ใช้ เป็นระยะติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดโรคที่คนทำงานสำนักงานเป็นกันจำนวนมาก นั่นคือโรคออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะเมื่อพนักงานมีความจำเป็นต้องทำงานที่บ้าน(Work From Home) แล้วช่วงแรกต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ทดแทนที่อาจไม่เหมาะสมกับการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ทำให้คนหันมาศึกษาและให้ความสนใจกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ โต๊ะทำงานปรับระดับที่เป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์สำคัญจึงได้รับความสนใจมากขึ้น

Ref.https://ergodesks.co.uk/blogs/news/history-inspiration-height-adjustable-desks

ทำไมจึงควรใช้โต๊ะปรับระดับ?

1.ปรับระดับสูงต่ำได้

โต๊ะปรับระดับช่วยให้ปรับระดับความสูงได้อย่างสะดวก ไม่ต้องทำการเปลี่ยนโต๊ะใหม่หรือดัดแปลงขาโต๊ะหากต้องการใช้งานความสูงของโต๊ะที่เปลี่ยนไป เช่น การใช้งานจากช่วงเด็กไปช่วงวัยรุ่น ที่ร่างกายมีการเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว เป็นต้น

2.สุขภาพร่างกาย

การนั่งหรือยืนเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ หรือปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือด การเปลี่ยนความสูงโต๊ะเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งเป็นยืนเป็นระยะ ช่วยลดความเครียดของร่างกายและเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน ลดโอกาสเกิดการเจ็บปวดจากสาเหตุดังกล่าว

3.มีความหลากหลายในการใช้งาน

โต๊ะปรับระดับสามารถเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน เช่น ใช้เป็นโต๊ะทำงาน เป็นเคาน์เตอร์ เป็นพื้นที่โชว์งานศิลปะทั้งในความสูงระดับต่างๆ

4.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

การปรับความสูงของโต๊ะให้เหมาะกับสรีระ ช่วยให้สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานขึ้น(แต่ควรเปลียนท่าทางเป็นระยะ) ทำให้ร่างกายรู้สึกสะดวกสบาย ลดความเครียดกล้ามเนื้อ ลดโอกาสเกิดอาการเจ็บปวดจากการทำงานต่อเนื่องที่จะทำให้ชั่วโมงงานน้อยลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นทั้งในทางตรงและทางอ้อม

ดังนั้น การซื้อโต๊ะปรับระดับอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับสุขภาพร่างกาย ความสะดวกสบายในการทำงาน และเสริมสร้างภาพลักษณ์อีกด้วย

ข้อดีข้อเสียของโต๊ะปรับระดับ

 

ข้อดี

ข้อเสีย

ไม่ต้องเปลี่ยนโต๊ะเพราะความสูงเปลี่ยนบ่อยในเด็กและวัยรุ่น ราคามักสูงกว่าโต๊ะที่ปรับความสูงไม่ได้
ใช้งานได้หลากหลาย โต๊ะปรับระดับบางรุ่นสั่นง่ายเพราะชิ้นส่วนไม่มั่นคง เช่น ส่วนเชื่อมต่อขา
สลับนั่งและยืนทำงานได้ โต๊ะปรับระดับบางรุ่นเสียงดังเวลาปรับความสูง
ดีต่อสุขภาพ โต๊ะปรับระดับที่ใช้ไฟฟ้า หากไม่มีไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะปรับความสูงไม่ได้
ปรับความสูงให้พอดีกับสรีระได้ อายุการใช้งานต่ำกว่าโต๊ะปกติหากระบบกลไกของโต๊ะปรับระดับไม่มีคุณภาพ
เสริมสร้างภาพลักษณ์ น้ำหนักของโต๊ะปรับระดับมักจะหนักกว่าโต๊ะทั่วไป เพราะมีส่วนประกอบสำหรับทำให้ปรับระดับได้เพิ่ม

โต๊ะปรับระดับ Workscape รุ่น M06 ใช้ระบบกลไลการปรับระดับไฟฟ้าด้วยมอเตอร์แบบคู่ ที่มีคุณภาพ เสียงเบามากเวลาปรับความสูง มีเซ็นเซอร์กันชนวัตถุทั้งด้านล่างและด้านบน มีเซ็นเซอร์ตรวจระดับความสูงของขาทั้ง 2 ข้างป้องกันความเสียหายจากการปรับความสูงของขาที่ไม่เท่ากัน ปรับความสูงได้อย่างละเอียด พร้อมรับประกันมอเตอร์นานสูงสุดถึง 5 ปี

ประเภทของโต๊ะปรับระดับ

แบ่งตามกลไกการปรับระดับความสูง

1.โต๊ะปรับระดับด้วยมือ (Manual Adjustable Desks)

เป็นโต๊ะปรับระดับแบบมือต้องมีการใช้กำลังมือในการปรับความสูง โต๊ะปรับระดับกลไกแบบนี้มักจะมีขาที่มีรูเป็นช่องเปิดที่ออกแบบมาเพื่อให้ขันน็อตหรือเกียร์ไปยังขาเพื่อปรับระดับความสูงของโต๊ะ ผู้ใช้สามารถหมุนขันน็อตเพื่อยกหรือลดความสูงของโต๊ะตามต้องการของตนเอง โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
ข้อดี ราคามักถูกกว่าโต๊ะปรับระดับระบบอื่น, ดูแลง่าย, ซ่อมแซมง่ายไม่ซับซ้อน
ข้อเสีย หากหน้าโต๊ะมีน้ำหนักมากการปรับระดับความสูงจะต้องใช้แรงเยอะตามไปด้วย, มักปรับระดับความสูงได้เป็นระดับตามรูหรือขั้นระดับความสูงที่ตั้งไว้

2.โต๊ะปรับระดับแบบไฟฟ้า (Electric Adjustable Desks)

เป็นโต๊ะปรับระดับที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำให้มอเตอร์ทำงานเพื่อปรับระดับความสูง ผู้ใช้สามารถควบคุมการปรับระดับได้โดยใช้แผงควบคุมที่ติดตั้งอยู่ที่โต๊ะ มีทั้งแบบที่เป็นระบบปุ่มและระบบสัมผัส
ข้อดี ดูทันสมัย, ง่ายต่อการปรับระดับแม้หน้าโต๊ะจะมีน้ำหนักเยอะ, บางรุ่นมีฟังก์ชันหรือเซ็นเซอร์เพิ่มความปลอดภัยหรือช่วยให้ใช้งานได้ง่าย
ข้อเสีย โต๊ะปรับระดับแบบนี้มักมีราคาสูงกว่าแบบอื่น, ดูแลยากกว่าแบบอื่นๆ, ถ้าไม่มีไฟฟ้าก็ไม่สามารถปรับระดับได้, มีข้อจำกัดในพื้นที่ใช้งาน(ต้องมีไฟฟ้า), หากระบบของโต๊ะไม่ดีมักจะมีเสียงดังเวลาปรับระดับความสูง

3.โต๊ะปรับระดับแบบไฮดรอลิก (Hydraulic Adjustable Desks)

โต๊ะปรับระดับแบบนี้ มีการใช้ระบบไฮดรอลิกที่ใช้แก๊สในการปรับระดับความสูงของโต๊ะ โดยทั่วไปแล้ว มีส่วนของโต๊ะที่ใช้ Gas lift หรือที่เรียกกันติดปากว่าโช็ค ติดตั้งอยู่ในส่วนขาของโต๊ะ สามารถปรับระดับความสูงของโต๊ะได้โดยการดึงหรือกด ระบบแก๊สจะช่วยในการยกหรือลดระดับความสูงของโต๊ะ โต๊ะปรับระดับแบบนี้มักสะดวกสบาย ง่ายต่อการใช้งาน ปรับระดับความสูงได้ตามต้องการ(ไม่เป็นระดับความสูงที่เป็นขั้นๆ เหมือนแบบแรก) ราคามักสูงกว่าแบบปรับด้วยมือแต่ถูกกว่าแบบไฟฟ้า
ข้อดี ราคาถูกกว่าแบบไฟฟ้า, ใช้งานง่าย, ดูแลรักษาง่ายกว่าแบบไฟฟ้า, มีแรงดันจาก Gas lift ช่วยดันขึ้นเวลาต้องการปรับระดับความสูงขึ้น, ปรับระดับความสูงได้ตามต้องการ(ไม่เป็นขั้นๆ)
ข้อเสีย หากมีน้ำหนักบนโต๊ะมากยังต้องใช้แรงเยอะกว่าแบบไฟฟ้าในการปรับขึ้น, ในไทยยังมีตัวเลือกน้อย, Gas lift มีอายุการใช้งานหากเสียต้องเปลียนใหม่

4.โต๊ะปรับระดับแบบมือหมุน (Crank Adjustable Desks)

โต๊ะปรับระดับแบบนี้จะมีมือหมุนหรือข้อเหวี่ยง(Crank) สำหรับปรับระดับความสูงของโต๊ะตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าไม่มี Gas lift สะดวกในการใช้งาน
ข้อดี ราคาถูกกว่าแบบไฟฟ้า, ดูแลง่าย, ปรับระดับความสูงที่ต้องการได้, หากหน้าโต๊ะน้ำหนักเยอะจะใช้แรงน้อยกว่าแบบยกด้วยมือ
ข้อเสีย หากต้องการปรับความสูงที่มีส่วนต่างความสูงเยอะๆ จะใช้เวลาหมุนปรับเยอะขึ้น, บางรุ่นไปสามารถพับมือหมุนได้ทำให้เกะกะหรือเผลอเกี่ยวได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า