ไมเกรนกับชาวออฟฟิศ

จริงหรือไม่? ไมเกรน (Migraine)กับ ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) หลายคนยังสับสนอยู่ ว่ามันเกี่ยวข้องกันยังไง เป็นโรคเดียวกันหรือไม่? อาการปวดหัวตุบๆ ปวดหัวเรื้อรัง มันเป็นอาการของโรคใหนกันแน่

เพราะ Life style การดำเนินชีวิต ไมเกรนและ ออฟฟิศซินโดรมเป็นคนวัยทำงาน นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ดูหนังสือ เล่นโทรศัพท์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของทั้ง 2 โรคเลยค่ะ

ไมเกรน คือ โรคที่เกี่ยวกับสมอง มีลักษณะอาการคือ ปวดศีรษะข้างเดียว เกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล ร่วมกับมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ ร่วมด้วย หรืออาจะเกิดจากพันธุกรรม ซึ่งไม่มีทางรักษาให้หายได้แต่ ออฟฟิศซินโดรม เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณ บ่าตึง หรือมีอาการชาในบางครั้ง เนื่องจากเส้นประสาทถูกกดทับ และเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนของศีรษะได้ หากแก้ไขด้วยการยืดกล้ามเนื้อก็จะช่วยให้อาการปวดทุเลาลงได้ มีหลายงานวิจัยบ่งว่า คนที่เป็นไมเกรน จะปวดคอบ่าไหล่ มากกว่าคนปกติหลายเท่าตัว! อาการ ออฟฟิศซิมโดรม สามารถกระตุ้นให้เกิด ไมเกรน ได้ และปวดกล้ามเนื้อคอ ร้าวขึ้นได้ค่า

ซึ่งทั้ง ไมเกรน และ ออฟฟิศซินโดรม จะเกิดพร้อมกันได้ เพราะถูกกระตุ้นกันและกัน แล้วไมเกรน คือ โรคที่มีการปวดศีรษะชนิดหนึ่ง และอาการปวดศีรษะลักษณะนี้จะพบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 ส่วนใหญ่พบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการปวดศีรษะของไมเกรน จะปวดศีรษะเพียงข้างในข้างหนึ่ง หรืออาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว เป็นต้นค่ะ

รู้หรือไม่ว่า? ที่ปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ อาจเพราะมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ก็ได้น้า

  • นอนหลับไม่เพียงพอ
  • ความเครียด
  • กินข้าวไม่ตรงเวลา กินข้าวไม่ครบมื้อ
  • กินอาหารบางประเภทมากเกินไป
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
  • อยู่ในที่ ที่มีแสงจ้า
  • แพ้กลิ่น

อาการปวดหัว ออฟฟิศซินโดรม โดยทั่วไปอาการออฟฟิศซินโดรมมีด้วยกันหลายอย่างเช่น

  • กลุ่มอาการของกล้ามเนื้อ อาจจะมีอาการปวด เกร็ง หรือปวดตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลัง ส่วนขนาดของการเจ็บปวดก็มีตั้งแต่เล็กน้อยแค่ปวดตึงๆน่ารำคาญจนถึงปวดมากทรมานได้
  • กลุ่มอาการที่เกี่ยวกับระบบประสาท อาจมีอาการชาอ่อนแรงบริเวณมือและเท้า
  • กลุ่มอาการที่เกี่ยวกับประสาทอัตโนมัติ ปวดศีรษะ เวียนหัว เหงื่อออก เป็นตะคิว บางรายมีอาการปวดกระบอกตาและนิ้วมือกระตุกร่วมด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน ได้แก่

  • อารมณ์ด้านลบ เช่น เครียด วิตกกังวล ช็อก หรือซึมเศร้า
  • สภาพร่ายกาย เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หรือออกกำลังกายที่ใช้พลังมากเกินไป
  • อาหาร เช่น การรับประทานอาหารที่มีสารไทรามีน ได้แก่ เนยแข็ง หรืออาหารที่มีส่วนผสมของไนไตรท์ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน น้ำตาลเทียม การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มชากาแฟ หรือการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
  • สิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น มีแสงสว่างจ้า มีเสียงดัง มีกลิ่นฉุนรุนแรง มีบรรยากาศร้อนอบอ้าวหรือร้อนชื้น และได้รับควันนบุหรี่ในห้องแบบปิด
  • อาการออฟฟิศซินโดรม หรือโรคพังผืดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือก้มหน้านานๆ หรือ อาการกล้ามเนื้อบริเวณคอตึง
  • อาการปวดรอบเดือนของผู้หญิงบางคนอาจเป็นสาเหตุของการปวดไมเกรนได้
  • ภาวะหลังการคลอดบุตร โดยช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะสูงขึ้น และลดลงหลังคลอดบุตร เมื่อฮอร์โมนลดลง ก็อาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้

กลุ่มที่มีอาการของออฟฟิศซินโดรมและไมเกรนส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิงมากว่าผู้ชาย และช่วงอายุส่วนใหญ่ คือ คนที่มีอายุ 21-30 ปี อุ๊ย! แกร๊!! ไม่คิดใช่มั้ยล่ะ ว่าจะเป็นวัยรุ่นมากว่าคนที่มีอายุเยอะ ดังนั้น ทุกคน อย่าชะล่าใจไป ควรดูแลตัวเองด้วยการหาตัวช่วยให้ถูกหลักการยศาสตร์กันนะคะ

ปัจจัยการกระตุ้นของไมเกรน มีค่อนข้างหลากหลาย พบบ่อยๆ ก็คือการพักผ่อนไม่เพียงพอความเครียด เสียง สี แสง กลิ่น ฤดูกาล การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่โดยผู้หญิงจะพบได้ค่อนข้างมากโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีรอบเดือนและการใช้ยาคุมกำเนิดด้วยนะคะ

การดูแลตัวเองไม่ให้ไมเกรนกลับมากวนใจ

ปัจจุบันไมเกรน ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นเพียงการช่วยบรรเทา และระงับอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้นน้า แต่หากดำเนินชีวิตในสภาพแวดล้อมเดิม ก็สามารถกลับมามีอาการได้อีกตลอดเวลาเลยค่ะ ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังรักษาไมเกรนจึงมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดไมเกรนขึ้นอีก ด้วยการลดความถี่ของการเกิดไมเกรน และลดระยะเวลาการปวดแต่ละครั้งให้สั้นลง โดยวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดไมเกรนซ้ำ ได้แก่

  • ประคบเย็นบริเวณศีรษะ
  • หลีกเลี่ยงสภาวะที่กระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะไมเกรน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ปรับพฤติกรรมการนอนและสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการนอน เช่น นอนในที่มืดและเงียบสงบ
  • ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายทั้งร่ายกายและจิตใจ
  • ไม่จ้องหน้าจอหรือแสงมากเกินไป ควรพักสายตาบ้าง
  • หลีกเลี่ยงการที่อยู่ที่มีอากาศร้อนเกินไป
  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดเครื่องดื่มที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดอาการปวดหัว

แต่ไมเกรนสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาและพักผ่อนให้เพียงพอ โดยการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ไม่เคร่งเครียดมากจนเกินไป ถือเป็นวิธีที่ช่วยในการป้องกันจากอาการไมเกรน สำหรับการรักษานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะ ซึ่งหากมีอาการปวดศีรษะดังกล่าวควรได้รับคำแนะนำและวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า