ชาวออฟฟิศเช็คกันหน่อย เสี่ยง!เป็นโรคเครียดแล้วหรือยัง?

โรคเครียดถือเป็นโรคยอดนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานเนื่องจากต้องรับผิดชอบหลายอย่าง จึงทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย โดยความเครียดนั้นยังมีหลายระดับด้วยกัน และในระดับรุนแรงถือว่ามีความอันตรายค่อนข้างมาก และนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ซึ่งโรคเครียดจากการทำงานมีสาเหตุหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ มีการคาดหวังในตัวเองสูง, เศรษฐกิจไม่ดี, มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน, องค์กรไม่มีความเป็นธรรมและถูกใช้งานหนักเกินไป หรือปัญหาอื่นๆ ที่เจอในชีวิตประจำวันค่ะ

ความเครียดก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  1. ความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีจากความกดดันในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น การเผชิญหน้ากับความท้าทายหรือเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจ เมื่อความเครียดหายไป ร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
  2. เกิดจากการประสบกับความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีหลายครั้งติดต่อกัน เช่น เริ่มจากมีปัญหาสุขภาพ มีปัญหาในครอบครัว เป็นต้น หรือบางคนชอบเครียดและวิตกกังวลจนรีบเร่งและใจร้อนในทุกเรื่อง ทำให้เกิดความเครียดบ่อยๆ
  3. ความวิตกกังวลและความกดดันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเหมือนไม่มีวันสิ้นสุดจนสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง ความเครียดเช่นนี้มีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

อาการของโรคเครียดที่เกิดจากการทำงานมีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

ระดับ 1 ความเครียดปกติ
ระดับ 2 ความเครียดในระดับภาวะซึมเศร้า
ระดับ 3 ความเครียดในระดับภาวะหมดไฟอย่างรุนแรง

สัญญาณความเครียดที่ร่างกายกำลังบอกคุณ ฟังมันซะก่อนที่ร่างกายของคุณจะเกิดปัญหา
ส่งผลให้เกิดอาการของโรคที่สะสมเป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ซึ่งอาการโรคเครียด มีดังนี้

  • วิตกกังวลและฟุ้งซ่าน
  • ไม่มีสมาธิ หรือหมดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ
  • มีความทุกข์ ไม่ร่าเริงแจ่มใสหรือรู้สึกไม่มีความสุข
  • หลงลืมมึนงง ไม่มีสติหรือไม่รับรู้การมีอยู่ของตัวเอง หรือรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง
  • โมโหหรือก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวนไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • อ่อนเพลีย
  • รับประทานอาหารมากขึ้นหรือน้อยลงกว่าปกติ
  • ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

ในปัจจุบันชาวออฟฟิศหลายคนต้องทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเครียดตามมา ซึ่งก็ทำให้เกิดผลเสียต่างๆ ทั้งโรคร้ายที่แฝงมากับความเครียด โรคที่เกิดจากภาวะเครียดสะสมได้ อาทิเช่น

  • โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • โรคซึมเศร้า
  • โรควิตกกังวล
  • โรคกลัว (โฟเบีย)
  • โรคแพนิค
  • โรคเครียดที่มีอาการทางกาย
  • โรคเครียดภวังค์
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคเครียดลงกระเพาะ
  • โรคนอนไม่หลับ
  • โรคไมเกรน

ความเครียด เป็นสิ่งที่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่ดีต่อร่างกายของเราเลยสักนิด ดังนั้นจึงควรที่จะควบคุมความเครียดของเราให้ได้ โดยการทำสมาธิและการมองโลกในแง่ดี นอกจากนี้ยังสามารถผ่อนคลายความเครียดได้ด้วยการออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมที่คุณชื่นชอบทำก็ได้ค่ะ อย่าปล่อยให้ความเครียดส่งผลกับร่างกายอย่างเรื้อรัง เพราะอาจจะทำให้เกิดโรคร้ายแรงกับคุณได้นะคะ

เราจึงมี 6 เทคนิคจิตวิทยา ช่วยลดความเครียดมาฝากค่ะ

1.ผ่อนคลายหลังเลิกงาน

หากิจกรรมที่ชื่นชอบผ่อนคลายความเครียด เช่น ดูหนังดูซีรี่ส์,เปิดเพลงฟัง,ทำอาหาร,ออกกำลังกาย หรือเล่นกับน้องหมาน้องแมว

2.หาคนระบายความในใจ

เลือกคนที่เราไว้ใจได้ ที่เป็นเซฟโซนเพื่อระบายความในใจ เช่น พ่อ,แม่,พี่น้อง,เพื่อนสนิท ทั้งเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ การได้ระบายออกไปบ้าง จะบรรเทาความเครียดลงได้จริง

3.จัดโต๊ะทำงานให้ถูกใจ

หาสิ่งที่ชอบมาตกแต่งโต๊ะทำงาน เช่น ตุ๊กตาที่ชอบ,ภาพอปป้าที่ถูกใจ,รูปคนในครอบครัว จะช่วยเพิ่มความรู้สึกทางบวกและรู้สึกเหมือนมีกำลังใจอยู่ข้างๆ

4.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

สร้างกัลยาณมิตร อาจจะมีกระทบกันบ้างแต่ให้คิดไว้ในใจว่ามีมิตรดีกว่ามีศัตรูนะ

5.ไม่นำงานมาทำในวันหยุด

รักษาสมดุลชีวิตให้พอดี เมื่อถึงวันพักผ่อนก็ควรพักผ่อน เพื่อแบ่งแยกการทำงานกับที่บ้านให้ชัดเจน

6.ปรับความคิด ลดความคาดหวังลง

เดินทางสายกลางให้พอดี ไม่ตึงจนเกินไป มองหาข้อดีจากงาน จะช่วยให้เราไปต่อได้มากขึ้น

หากได้ลองปฏิบัติตามคำแนะนำในการจัดการความเครียดด้วยตนเองตามวิธีข้างต้นแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าความเครียดที่เกิดขึ้นนั้น ยังคงส่งผลกระทบรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ เช่น มีอารมณ์รุนแรงขึ้น เช่น เศร้า โกรธ กังวล ยังรู้สึกทุกข์จากเหตุการณ์บางอย่างและไม่สามารถเลิกคิดได้ ประสิทธิภาพในการทํางานลดลง ปฏิสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างลดลง หรือยังไม่อยากทํากิจกรรมที่ชอบ สามารถพบผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักจิตบำบัด เพื่อขอรับคำปรึกษาและพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึก ความคิด ซึ่งช่วยให้ได้รับการดูแล บำบัด รักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องในการรับมือกับสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดได้กันนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า